ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน
ขออนุมัติเพิ่มวงเงินก่อหนี้ผูกพันและขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณงานจ้างก่อสร้างระบบส่งน้ำพร้อมอาคารประกอบ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ - ฝายบ้านค่าย ตำบลละหาร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอ (1) อนุมัติให้เพิ่มกรอบวงเงินก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ สำหรับงานจ้างก่อสร้างระบบส่งน้ำพร้อมอาคารประกอบ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ - ฝายบ้านค่าย ตำบลละหาร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง (งานจ้างก่อสร้างระบบส่งน้ำฯ) จากวงเงิน 840.00 ล้านบาท เป็นวงเงิน 859.20 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 19.20 ล้านบาท) (2) อนุมัติให้ขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ สำหรับรายการดังกล่าว จากปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 -2568 เป็นปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2570 และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กรมชลประทาน) รับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย
สาระสำคัญของเรื่อง
1. เดิมคณะรัฐมนตรีมีมติ (11 ตุลาคม 2565) อนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) โดยกรมชลประทาน ก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 รายการระบบส่งน้ำพร้อมอาคารประกอบ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ – ฝายบ้านค่าย ตำบลละหาร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง (ระบบส่งน้ำฯ) ภายใต้โครงการจัดหาแหล่งน้ำ และเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2568) กรอบวงเงินทั้งสิ้น 840.00 ล้านบาท (วงเงินภาระผูกพันงบประมาณจำนวน 800.00 ล้านบาท และเงินสำรองเผื่อเหลือเผื่อขาดจำนวน 40.00 ล้านบาท) รวมระยะทาง 14.00 กิโลเมตร [ปัจจุบันวางท่อแล้วเสร็จรวมระยะทาง 8.88 กิโลเมตร คิดเป็นผลการดำเนินงานสะสม ร้อยละ 52.44 (ข้อมูล ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568)] โดยระหว่างดำเนินการก่อสร้างระบบส่งน้ำฯ ผู้รับจ้างก่อสร้างไม่สามารถใช้วิธีขุดเปิดหน้าดินเดิมเพื่อวางท่อส่งน้ำได้เนื่องจากในบางช่วงของแนวท่อส่งน้ำอยู่ในเขตทางหลวงระยอง ซึ่งมีการขยายช่องทางจราจรเต็มเขตทาง ผู้รับจ้างก่อสร้างจึงไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างต่อได้ แขวงทางหลวงระยองและสำนักงานชลประทานที่ 9 พร้อมด้วยตัวแทนผู้รับจ้างก่อสร้างร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาและพบว่าข้อมูลตำแหน่งวิธีการวางท่อส่งน้ำมีความคลาดเคลื่อนตามสภาพพื้นที่ดำเนินงานแขวงทางหลวงระยอง จึงขอให้สำนักงานชลประทานที่ 9 เปลี่ยนวิธีการวางท่อแบบขุดเปิดหน้าดินเดิม เป็นวิธีวางท่อแบบเจาะลอด (Horizontal Directional Drilling: HDD) แทนหลังจากการปรับเปลี่ยนแบบการก่อสร้างระบบส่งน้ำฯ ทำให้มีปริมาณงานและราคางานเพิ่มขึ้นจากวงเงินสัญญาเดิม ซึ่งสำนักงบประมาณเห็นชอบให้กรมชลประทานเพิ่มวงเงินงบประมาณรายการก่อหนี้ผูกพัน ข้ามปีงบประมาณ ภายใต้แผนงานบูรณาการบริหารจัดการน้ำ โครงการจัดหาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน งบลงทุนค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง รายการระบบส่งน้ำฯ ในวงเงิน 66.70 ล้านบาท จากกรอบวงเงินสัญญาเดิม 792.50 ล้านบาท เป็น 859.20 ล้านบาททำให้วงเงินค่าก่อสร้างเกินกว่าวงเงินก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไว้และมีความจำเป็นต้องขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
|
รายการก่อหนี้ผูกพัน ข้ามปีงบประมาณ |
มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 11 ตุลาคม 2565 |
ข้อเสนอในครั้งนี้ |
วงเงินเพิ่ม/(ลด) |
|
วงเงินงบประมาณ |
840.00 ล้านบาท |
859.20 ล้านบาท |
19.20 ล้านบาท |
|
ปีงบประมาณ พ.ศ. |
2566 -2568 |
2566 - 2570 |
|
2. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกพิจารณาแล้ว เห็นชอบ/ไม่ขัดข้อง โดย สศช. มีความเห็นเพิ่มเติมว่ากรมชลประทานควรมีแผนการติดตามตรวจสอบและเร่งรัดการดำเนินการก่อสร้างในส่วนที่คงเหลือให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เป็นไปตามแผนและระยะเวลาที่ได้ขอขยายไว้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานที่ล่าช้า และเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ ในการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำทั้งด้านอุปโภค - บริโภค และการรองรับความต้องการใช้น้ำ ที่เพิ่มขึ้นทั้งในภาคเกษตรและอุตสาหกรรม รวมทั้งช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ และ สทนช. เห็นว่า กรมชลประทานควรเร่งดำเนินการตามแผนที่วางไว้ และดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรี ให้ถูกต้องครบถ้วนในทุกขั้นตอน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของทางราชการและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 16 มิถุนายน 2569
g14
สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด