ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน

กกร.หนุนเลือกตั้งคุณภาพ ต้านคอร์รัปชัน ลดต้นทุนแฝง เดินหน้าขับเคลื่อนคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเครือข่าย 'เพื่อนไม่ทน' ต่อเนื่อง

หมวดหมู่: สภาอุตสาหกรรม
วันที่สร้าง วันพฤหัสบดี, 05 กุมภาพันธ์ 2569 17:58
ฮิต: 1842
กกร.หนุนเลือกตั้งคุณภาพ ต้านคอร์รัปชัน ลดต้นทุนแฝง เดินหน้าขับเคลื่อนคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเครือข่าย 'เพื่อนไม่ทน' ต่อเนื่อง
0 แชร์

กกร.หนุนเลือกตั้งคุณภาพกกร.หนุนเลือกตั้งคุณภาพ ต้านคอร์รัปชัน ลดต้นทุนแฝง เดินหน้าขับเคลื่อนคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเครือข่าย 'เพื่อนไม่ทน' ต่อเนื่อง
      นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เป็นประธานการแถลงข่าว คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยมี ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ร่วมในการแถลงข่าว ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
       กกร. เดินหน้าขับเคลื่อนคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเครือข่าย 'เพื่อนไม่ทน' ต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณพรรคการเมืองที่ยกประเด็นต่อต้านคอร์รัปชันเป็นนโยบายและสื่อสารกับสังคมอย่างจริงจัง
      กกร. ชี้คอร์รัปชันเป็นต้นทุนแฝงที่กระทบความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมเชิญชวนประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีคุณภาพ เลือกพรรคที่ยืนหยัดต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อลดต้นทุนแฝงและเสริมความโปร่งใสทางเศรษฐกิจ
      ทั้งนี้ คอร์รัปชันถือเป็นต้นทุนแฝงที่สูงมาก และส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบธุรกิจในทุกระดับ ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน ผลการสำรวจที่แถลงมาอย่างชัดเจนพบว่า ภาคธุรกิจ 97% และประชาชน 72% มองว่าปัญหาคอร์รัปชันมีความรุนแรงมาก และพรรคการเมืองมักมีนโยบายไว้หาเสียงแต่ไม่ดำเนินการจริง ดังนั้น กกร. และเครือข่ายเพื่อนไม่ทน จะเดินหน้าขับเคลื่อนเรื่อง Zero Corruption ต่อไปอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดเพียงแค่ช่วงการเลือกตั้งเท่านั้น
     ที่ผ่านมา คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ผลักดันประเด็นการต่อต้านคอร์รัปชันให้กลายเป็นกระแสของสังคมอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดกิจกรรมและอีเวนต์ในหลากหลายรูปแบบ อาทิ เวทีเสวนา การรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ การจัดทำผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนและภาคธุรกิจต่อนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคการเมือง การผลิตและติดตั้งสื่อ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของเครือข่าย ทั้งป้ายประชาสัมพันธ์ เว็บไซต์ และโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมในวงกว้าง
ทั้งนี้ ภาคเอกชนยังคงเดินหน้าขยายผลความสำเร็จของการขับเคลื่อน Zero Corruption อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังให้เกิดการบูรณาการเชิงโครงสร้างอย่างเป็นรูปธรรม ยกระดับการไม่ทนต่อการคอร์รัปชันให้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายและแนวปฏิบัติของทุกภาคส่วน ไม่ใช่เพียงการรณรงค์ระยะสั้นในช่วงการเลือกตั้ง พร้อมเปิดพื้นที่ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้อง อาทิ ขบวนการสแกมเมอร์ และการทุจริตในกระบวนการเลือกตั้ง
      สำหรับ ประเด็นปัญหาการให้สินบน คณะทำงานฯ ได้เตรียมจัดแถลงข่าวภายหลังการเลือกตั้ง เพื่อเปิดเผยผลการสำรวจในประเด็น “ธุรกิจไทยยังถูกเรียกรับสินบนในการขออนุญาต” เพื่อกระตุ้นและย้ำเตือนต่อว่าที่รัฐบาลให้การต่อต้านคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ และผลักดันการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
      ปัจจุบัน คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน มีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมแล้วรวม 26 หน่วยงาน ถือเป็นการรวมพลังครั้งใหญ่ของภาคเอกชนและภาคีเครือข่าย นำโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายสำคัญ อาทิ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) (ACT) แนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) รวมถึงหน่วยงานด้านวิชาการและที่ปรึกษาเชิงนโยบาย ได้แก่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)
นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการเชื่อมโยงการบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่ สำนักงาน ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ตลอดจนเครือข่ายสนับสนุนจากภาคธุรกิจ เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย สภาวิชาชีพบัญชี สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย และหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT)
       ขณะเดียวกัน ยังได้รับความร่วมมือด้านการประชาสัมพันธ์จากเครือข่ายต่าง ๆ อาทิ สมาคมตลาดสดไทย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย สมาคมโรงแรมไทย สมาคมภัตตาคารไทย กลุ่มเซ็นทรัล รีเทล บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) สยามพิวรรธน์ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัทสมาชิกอื่นๆ
“กกร. ขอแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการรณรงค์ไปยังพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ให้ความสำคัญกับการต่อต้านคอร์รัปชันในการตัดสินใจเลือกตั้ง โดยในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ขอเชิญชวนประชาชนใช้สิทธิอย่างมีความรับผิดชอบ เลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม และหลีกเลี่ยงการเลือกพรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ทุจริต ซื้อสิทธิ์ขายเสียง เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานทางการเมือง สร้างความโปร่งใส และนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการสร้างรายได้ของทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง”

 

สรุปประเด็นแถลงข่าว กกร. ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569
• ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ เป็นความเสี่ยงหลักของเศรษฐกิจโลกปี 2569 สะท้อนจาก Global Risks Report ของ World Economic Forum ที่ระบุว่าปัจจัยด้าน Geoeconomics เป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่งของโลกและสูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว อีกทั้ง เหตุการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้ตลาดการเงิน โดยเฉพาะค่าเงินและราคาทองคำผันผวน โดยมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ในปีนี้มีอีกอย่างน้อย 9 รายการสินค้าที่อยู่ในข่ายถูกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม โดยมีมูลค่าการส่งออกไปสหรัฐฯ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ สรอ. หรือคิดเป็น 63% ของมูลค่าการส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ในปี 2568 โดยเฉพาะ Semiconductor ที่ขยายตัวสูงถึง 53%
• กกร. มีความกังวลต่อเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่มีแนวโน้มโตต่ำกว่า 2% และมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากการจัดทำงบประมาณปี 2570 ที่อาจล่าช้า โดยล่าสุด สศค. คาดการณ์การใช้จ่ายภาครัฐจะลดลงจากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะด้านการลงทุน ขณะที่ข้อมูลจากกรมบัญชีกลาง ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 ระบุว่ามีการเบิกจ่ายงบลงทุนแล้ว จำนวน 176,655 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 21.57 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 ที่กำหนดไว้ร้อยละ 26 สะท้อนถึงความล่าช้าในการดำเนินโครงการลงทุนภาครัฐ นอกจากนี้ กกร. มุ่งหวังให้การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองหลังการเลือกตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อให้การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมีความต่อเนื่อง ปรับลดกฎระเบียบเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน และการเข้าสู่ระบบของ SMEs ให้แต้มต่อสินค้า Made in Thailand และสนับสนุนการลงทุนเพื่อยกระดับศักยภาพธุรกิจ สอดคล้องกับแนวทาง “Reinvent Thailand” เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของไทย
• กกร. ขอขอบคุณกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ดำเนินการเชิงรุกในการแก้ปัญหาธุรกรรมทองคำที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ผ่านการควบคุมธุรกรรมซื้อขายทองคำในสกุลเงินบาทบนแพลตฟอร์มออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ในระยะถัดไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องร่วมกันสร้างกลไกและเครื่องมือในการตรวสอบอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงข้อมูลอย่างรอบด้าน และปรับเปลี่ยนกฎระเบียบ เพื่อป้องกันและปิดช่องว่างการทำธุรกรรมอื่นๆ ที่อาจกระทบค่าเงินบาท อาทิ การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่พบว่าการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มในไทยเป็น USDT ในระดับสูง และมีสัดส่วนของนักลงทุนต่างประเทศค่อนข้างสูง โดยการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่าง USDT กับเงินบาท เสมือนกับการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่าง USD กับเงินบาท เป็นต้น
• กกร. แสดงความกังวลต่อนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง ที่ส่วนใหญ่ที่มักให้ความสำคัญกับนโยบายประชานิยมและการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ซึ่งใช้งบประมาณสูงมาก มากกว่าการลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว รวมถึงขาดนโยบายในการสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ขณะเดียวกัน พรรคการเมืองควรตระหนักถึงข้อจำกัดด้านพื้นที่ทางนโยบายการคลัง (Fiscal Space) จากระดับหนี้สาธารณะที่ปรับสูงขึ้น โดย ณ เดือนธันวาคม 2568 หนี้สาธารณะคงค้างอยู่ที่ 12.45 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 66.09 ต่อ GDP ซึ่งเข้าใกล้กรอบวินัยการคลังที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 70 ต่อ GDP ทำให้การกำหนดนโยบายด้านการใช้จ่ายมีข้อจำกัดมากขึ้น
• กกร. เห็นว่าการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจในระยะต่อไปควรให้ความสำคัญกับการวางยุทธศาสตร์การเติบโตในระยะยาว ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรทางการคลังอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเสริมสร้างฐานรายได้ใหม่ให้ประเทศ ผ่านการเพิ่มผลิตภาพของภาคการผลิต การยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการสร้างระบบเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ สามารถรองรับความผันผวนในอนาคต และเติบโตได้อย่างมั่นคง สมดุล และยั่งยืน สอดคล้องกับ spirit ของ Reinvent Thailand

 

Click Donate Support Web 

SME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100ใจฟู720x100px