ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน
`นับหุ้น นับหัว`ผู้ถือหุ้นรายบุคคล ถอดบทเรียนจากหุ้น DUSIT
โดย สิริพร สงบธรรม จังตระกุล เลขาธิการสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย`นับหุ้น นับหัว`ผู้ถือหุ้นรายบุคคล ถอดบทเรียนจากหุ้น DUSIT
ตำนานของบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)-DUSIT ถูกบันทึกเป็น 1 ใน 5 ของหุ้นชุดแรกที่เข้ามาซื้อขายในตลาดหุ้นไทย เมื่อปี 2518 หรือ 50 ปีก่อน โดยมีชื่อของผู้บริหารหญิงสมฉายา `นักธุรกิจหญิงเหล็กของไทย`-ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ล่วงลับ ทิ้งเป็นมรดกให้ลูกชายคนโตและลูกสาวทั้งสอง ตามข้อมูลที่ปรากฏ คือ`ชนินทธ์-สินี-สุนงค์` และเป็นข่าวชวนติดตามกับข่าวการเป็นคดีความของศึกสายเลือดของธุรกิจในครั้งนี้ หลังสิ้นบุญมารดา…
ผู้เขียนขอถอดรหัส เฉพาะในปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ `ผู้ถือหุ้นรายบุคคล`ที่ก่อนหน้าไม่เคยจะมีบทบาทในการลงมติ เพราะตามหลักการของการประชุมในทุกๆ ครั้ง มักใช้เสียงข้างมากมาเป็นตัวตัดสิน แต่คราวนี้ มีการหยิบยกเรื่องการการนับเสียงโหวตตามจำนวนหุ้น และตามจำนวนหัว ของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุม เป็นสองเงื่อนไขที่ต้องไปด้วยกัน องค์ประกอบตามมติในเรื่องนั้นๆ จึงจะครบสมบูรณ์
ว่าไปแล้ว พรบ.บริษัทมหาชน มีรายละเอียดเป็นที่ปรากฏกันอยู่แล้ว แต่พบว่า มีพยานบุคคลเล่าว่า ในยุคก่อนปี 2540-ก่อนฟองสบู่แตก เคยมีการนำมาใช้ แต่ถูกแย้ง และท้ายสุดมีการประนีประนอมกันไป
คราวนี้ การประชุมวิสามัญของ DUSIT เมื่อ 26 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ถูกนำมาใช้ หลายคนจึงต้องหันกลับไปพลิกข้อกฎหมายกันทันใด
พรบ.บริษัทมหาชน ปี 2535 หมวด 6 ว่าด้วย คณะกรรมการ ระบุมาตรา 67 - มาตรา 84 น่าสนใจ จริงๆ พลิกไปมาตรา 76 ที่เกี่ยวข้องกับการลงมติถอดถอนกรรมการ ความว่า
“ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอาจลงมติให้กรรมการคนใดออกจากตำแหน่งก่อนถึงคราวออกตามวาระได้ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียง และมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่ถือ โดยผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง”
ประเด็นแหลมคม ในการตีความ ด้วยคำว่า `และ` ส่งผลให้ต้องใช้ควบคู่กัน ระหว่างจำนวนหุ้น และจำนวนหัวของผู้ถือหุ้น ชนะข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ เรื่องราวของ DUSIT จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ต้องติดตามกันแบบยาวๆ เหมือนคำของคุณชนินทธ์ ที่เคยให้สัมภาษณ์ด้วยเสียงเครือ ตากล่ำ ไว้ก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ ยังมีผู้ถือหุ้นรายย่อยเดินขึ้นไปร้องเรียนกับ ก.ล.ต. ว่า พวกเขาอาจเดือดร้อนจากการที่มีผู้ประกอบการอีกกลุ่มเข้ามาแทรกแซง จะฮุบกิจการ เป็น`Acting In Concert`หมายถึง มีการทำงานเป็นกระบวนการ
ให้คิดถึงอีกเหตุการณ์ เมื่อปี 2558-2560 กรณีการเข้าครอบครองหุ้น`เดอะเนชั่นกรุ๊ป`มีคำพาดหัวหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ด้วยคำคำนี้เช่นกัน สุดท้ายอย่างที่เราเห็นกันว่า ทำกันสำเร็จ เบ็ดเสร็จ เมื่อปี 2561
การอ่าน การตีความตามข้อกฎหมาย อาจมีอีกคำที่ `สูงกว่า`คือ คำว่า `ธรรมาภิบาล`ในหมวดกรรมการเช่นกัน
มาตรา 68 ระบุว่า “การแต่งตั้งกรรมการของบริษัทมหาชนนั้น บุคคลที่ถูกนำเสนอชื่อ ต้องไม่เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่ได้กระทำโดยทุจริต”
งานนี้ เป็นงานถอดรหัสของการอ่าน การตีความข้อกฎหมาย จึงมีความสำคัญ และจำเป็นให้ผู้ถือหุ้นรายบุคคลได้ศึกษา น่าตื้นเต้นยิ่งนัก…
Disclaimers : บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเห็นของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
....ติดตามต่อได้ที่....
https://www.set.or.th/th/about/mediacenter/insights/article/764-shareholder-voting
สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด