หมวดหมู่: บทวิเคราะห์

DBSบล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน

“เฟดลดดอกเบี้ย แต่ยังไม่จำเป็นต้องลดในอนาคต”
• หุ้นที่เปลี่ยนคำแนะนำทางปัจจัยพื้นฐานวันนี้ : --
ภาวะตลาดและปัจจัย : SET วานนี้ -9.79 จุด ปิดที่ 1654.14 จุด มูลค่าการซื้อขายน้อยลงเป็น 64.8 พันล้านบาท ดัชนีฯบ้านเราปรับลงใกล้เคียงกับเพื่อนบ้านที่แกว่งลงแคบๆ น้ำมันกลับมาปรับลง มีแรงขายหุ้นพลังงาน ติดตามประชุมเฟดวันนี้เป็นวันสุดท้าย ผู้ขายสุทธิคือ สถาบัน และต่างชาติ ส่วนซื้อสุทธิเป็นรายย่อย โบรกเกอร์ ตั้งแต่ต้นเดือนถึงปัจจุบันต่างชาติขายสุทธิเพิ่มเป็น 6.4 พันล้านบาท ด้านแนวโน้มตลาดและกลยุทธ์คือ
# ปัจจัยสำคัญ: เฟดลดอัตราดอกเบี้ยตามคาด แต่อนาคตไม่แน่นอน เฟดปรับลด 0.25% แต่คะแนนเสียงการโหวตค่อนข้างจะแตกกว่าที่เคย และการปรับลดดอกเบี้ยในอนาคตแล้วแต่ความจำเป็น แต่ขณะนี้ยังไม่จำเป็น ดาวโจนส์ปรับขึ้น ตลาดหุ้นเพื่อนบ้านเช้านี้ส่วนใหญ่บวกรับข่าว นั่นคืออาจดีในระยะสั้น แต่ระยะยาวไม่แน่นอน ตัวเลขเริ่มต้นสร้างบ้าน ส.ค.เพิ่ม สำหรับดาวโจนส์และน้ำมันล่วงหน้าปรับขึ้น แม้น้ำมันเมื่อคืนนี้ปรับลดลง ดัชนีความกังวลปรับลดมาเป็น 13.95 จุด ด้านการเมืองนายกฯพ้น ศาลฯตัดสินความเป็นรัฐมนตรีไม่สิ้นสุด เพราะไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ด้านปัจจัยลบคือ นักลงทุนเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยคือ พันธบัตรและทองคำ World Bank มองเศรษฐกิจเป็นลบกว่าคาด
# ระยะสั้นคาด SET- ระยะสั้นอาจรับข่าวบวกเฟดลดดอกเบี้ย แต่ถ้อยแถลงอาจเป็นลบตามมา คาด SET ซื้อขายในกรอบ 1650-1670 จุด กลยุทธ์ คือ เลือกลงทุนเป็นรายกลุ่มและรายตัว (Selective) แนวต้านเป็น 1670-1680 จุด แนวรับอยู่ที่ 1650-1640 จุด สำหรับการลงทุนทยอยซื้อสะสม กลุ่มหลักทรัพย์ที่แนะนำ มีพื้นฐานแข็งแกร่ง หาจังหวะทยอยสะสมได้ คือ พาณิชย์- CPALL, BJC ท่องเที่ยว- ERW,MINT ขนส่ง AOT,BEM,BTSอาหาร TKN สื่อสาร- ADVANC ธนาคาร,ไฟแนนซ์- BBL, KBANK, KKP,TISCO, AEONTS,MTC การแพทย์- RJH,CHG นิคมฯ- AMATA, WHA ที่อยู่อาศัย- AP, ORI และสื่อ- VGI
# Stock Pick Today : BBL ตั้งเป้าสินเชื่อปีนี้ขยายตัว 4% แม้ว่าสินเชื่อ 1H62 จะ-3.2% แต่ธนาคารคาดว่าการเติบโตสินเชื่อจะเร่งตัวขึ้นใน 2H62โดยเฉพาะใน 4Q ที่เป็นช่วง High ของการปล่อยสินเชื่อ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ทรงตัวที่ 2.4% NPL ที่เพิ่มใน 2Q62 เป็น NPL ย้อนกลับ (ReentryNPL) Valuation จูงใจ...คงคำแนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 250 บาท ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ P/BV ปีนี้ต่ำเพียง 0.75 เท่า และให้ Dividend yieldประมาณ 3.7%-4.2% ส่วนธุรกิจมีแนวโน้มจะดีขึ้นใน 2H62 ทั้งนี้ธนาคารมีสำรองส่วนเกินที่กลับเป็นรายได้
Thailand Research Team : reseach-th.dbs.com

Inside Story
Key Drivers TODAY : ปัจจัยต่างประเทศ / ปัจจัยในประเทศ
Trading Strategy : เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณการลดดอกเบี้ยที่ชัดเจนในระยะต่อไป
Industry Focus : กลุ่มธนาคารพาณิชย์
Flash Note : AP (ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 7.90)
Company Guide : PF (ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 1.13)
Turnover List Watch : DOHOME ใกล้เข้าเกณฑ์ ลุ้นราคาปิดวันนี้

Key Drivers TODAY
ปัจจัยต่างประเทศ
+/- เฟด: ลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด แต่เสียงแตกมากสุดทำสถิติ
# คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติ 7-3 เสียงในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 1.75-2.00% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อไป
# ทั้งนี้ การที่มีกรรมการเฟดถึง 3 รายลงมติต่างจากเสียงส่วนใหญ่ในการประชุมเมื่อวานนี้ บ่งชี้ถึงความแตกแยกระหว่างกรรมการเฟดครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2557 ส่วนถ้อยคำในแถลงการณ์หลังการประชุมครั้งนี้แทบไม่แตกต่างจากการประชุมรอบที่แล้ว โดยคณะกรรมการเฟดยังคงเน้นย้ำถึงพัฒนาการของแนวโน้มเศรษฐกิจโลก และระบุว่าการแรงกดดันเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ เป็นสาเหตุของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้

- เฟด: อนาคตยังจะลดดอกเบี้ยหากจำเป็น แต่ขณะนี้ไม่จำเป็น
# ทางด้านนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดได้แถลงข่าวภายหลังการประชุมว่า การดำเนินนโยบายการเงินอย่างพอเหมาะเช่นนี้จะช่วยให้เศรษฐกิจสหรัฐยังคงขยายตัวอย่างแกร่งท่ามกลางสถานการณ์ในปัจจุบัน พร้อมกับกล่าวว่า เฟดจะดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง หากมีความจำเป็น อย่างไรก็ดี เขายังไม่เห็นว่าสิ่งนี้มีความจำเป็นในขณะนี้

+ สหรัฐ: ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเดือนส.ค.พุ่งขึ้น
# สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 12.3% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 1.364 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2550 จากระดับ 1.215ล้านยูนิตในเดือนก.ค.

+ ดาวโจนส์: ปรับขึ้น หลังเฟดลดดอกเบี้ยตามคาด
# ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,147.08 จุด เพิ่มขึ้น 36.28 จุด หรือ +0.13% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่3,006.73 จุด เพิ่มขึ้น 1.03 จุด หรือ +0.03% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,177.39 จุด ลดลง 8.62 จุด, -0.11%
# ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (18 ก.ย.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

- น้ำมัน: ปรับลง สต็อกน้ำมันเพิ่มขึ้น
# สัญญานํ้ามันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 1.23 ดอลลาร์ หรือ 2.1% ปิดที่ 58.11 ดอลลาร์/บาร์เรล
# สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 95 เซนต์ หรือ 1.5% ปิดที่ 63.60 ดอลลาร์/บาร์เรล
# สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (18 ก.ย.) หลังจากสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ว่า การผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจะฟื้นตัวสู่ระดับปกติภายในสิ้นเดือนนี้

- ทองคำ: ปรับขึ้น ก่อนรู้ผลประชุมเฟด
# สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 2.4 ดอลลาร์ หรือ 0.16% ปิดที่1,515.8 ดอลลาร์/ออนซ์
# สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนนี้ (18 ก.ย.) ก่อนที่นักลงทุนจะรู้ผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการซื้อขายก่อนที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดจะแถลงมติการประชุม

• สหรัฐ: นักลงทุนติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่จะทยอยประกาศในสัปดาห์นี้
# ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์,ดัชนีการผลิตเดือนก.ย.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 2/2562, ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.ค. และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนส.ค.จาก Conference Board


ปัจจัยในประเทศและข่าวหลักทรัพย์
-ศาลฯตัดสิน: ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัว
# ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัว เพราะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งขาติ (คสช.) ไม่มีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ได้มาโดยการยึดอำนาจและไม่ได้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ

-World Bank:การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ มีแนวโน้มชะลอตัวลงมากกว่าคาด
# ประธานธนาคารโลก (World Bank) ได้แสดงความเห็นว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ มีแนวโน้มชะลอตัวลงมากกว่าที่ธนาคารโลกคาดการณ์ไว้ในเบื้องต้น โดยสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ธนาคารโลกคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจที่แท้จริงของโลก จะขยายตัวต่ำกว่าที่ธนาคารโลกคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2.6%

นักวิเคราะห์&กลยุทธ์ : สมบัติ เอกวรรณพัฒนา : sombata@th.dbs.com

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!