WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
FSSบล.ฟินันเซีย ไซรัส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน
 
กลยุทธ์วันนี้ >> Defensive and Domestic Play  
          ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index ยังผันผวนและอ่อนตัวลงต่อเนื่องตามคาดโดยปิดลบอีก 6.29 จุด ณ สิ้นวัน โดยประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนยังกดดัน โดยนักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิต่อเนื่องและเร่งตัวขึ้นเป็น 2.7 พันลบ. (และยัง Short ใน Index Futures อีก 9.2 พันสัญญา)
          แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways แต่ยังคงมีความผันผวนสูง โดยยังต้องติดตามพัฒนาการของประเด็นสงครามการค้าต่อเนื่อง ขณะที่วันนี้ต้องติดตามประเด็นการเมืองโดยเฉพาะการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ รวมถึงท่าที่ของพรรคภูมิใจไทยในสัปดาห์หน้าซึ่งจะเริ่มเห็นความชัดเจนขึ้นในการจับขั้วทางการเมืองเพื่อตั้งรัฐบาล เรายังเน้นพักเงินในหุ้น Defensive และแนะนำให้ถือเงินสดมากขึ้น 
          กลยุทธ์ : ยังเน้นพักเงินระยะสั้นในหุ้น Defensive และ Domestic//ส่วนที่สะสมแล้วบริเวณ 1,630+- ยังถือต่อ
          หุ้นเด่นเดือน พ.ค. : BBL, MINT, SEAFCO, SISB, STEC
 
หุ้นเด่นวันนี้: CPALL
          - แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 90 บาท (DCF) 
          - แม้จะประกาศกำไร 1Q19 แล้วและเป็นไปตามคาด (+4% Q-Q, +7% Y-Y เป็น 5.77 พันลบ.) แต่ยังแนะนำในช่วงนี้เพราะไม่อิงภาวะศก.โลก และกำไร 1Q19 ทำ new high แต่ราคาหุ้นยังไม่ทำจุดสูงสุดใหม่
          - ขณะที่แนวโน้ม 2Q19 ดีต่อ คาด SSSG บวกต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีจากการกระตุ้นของรัฐ (เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการ ลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง ฯลฯ) และดอกเบี้ยจ่ายใน 2H19 ลดลงเพราะหุ้นกู้จะครบกำหนด 1.2 หมื่นลบ.
 
          Fund Flow วานนี้กระแสเงินทุนไหลออกจากภูมิภาค US$481ล้าน เม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลออกจากเกาหลีใต้ US$150ล้าน ส่วนไทยมีเม็ดเงินไหลออก US$85ล้าน ไม่มีประเทศใดที่มีเม็ดเงินไหลเข้า แนวโน้มกระแสเงินทุนมีทิศทางไหลออกเนื่องจากความกังวลมาตรการทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่ยังดำเนินอยู่ อย่างไรก็ตามสถานการณ์เริ่มดีขึ้นหลังประธานาธิบดีสหรัฐระบุว่าการเจรจามีทิศทางดีขึ้น
 
ประเด็นสำคัญวันนี้
          (0) แม้กำไรปกติ 1Q19 ของหุ้นใน FSS coverage จะไม่สดใส -9% Y-Y แต่ +25% Q-Q เพราะหลายบริษัทเริ่มฟื้น เช่น TACC, ICHI, EKH, JWD แต่กลุ่มที่ถูกกระทบจากสงครามการค้าซึ่งกระทบกำลังซื้อจีน กำไรไม่สดใสเช่น อิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว และ commodity (เหล็ก ปิโตรเคมี ถ่านหิน ยาง) การเจรจาที่ยืดเยื้อยังกระทบธุรกิจเหล่านี้ต่อ คาดว่าโฟลว์ที่จะเข้ามาจากการที่ MSCI เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยจะช่วยลดผลกระทบในระยะถัดไป ทั้งนี้ ยังต้องติดตามการค้าอย่างใกล้ชิด        
          (-) กลุ่มอิเล็กทรอนิคส์ถูกกระทบจากสงครามการค้าชัดเจน กำไรสุทธิ 1Q19 ทั้งกลุ่ม -22% Q-Q, -22% Y-Y เหลือ 1,741 ลบ. ทุกบริษัทมีกำไรสุทธิลดลง Q-Q, Y-Y ในอัตราที่สูง 40-50% ยกเว้น DELTA ที่ปรับ product mix จนกำไร flat กำไรที่อ่อนแอเป็นพราะตลาดจีนและการค้าโลกที่หดตัว ปัจจุบันสงครามการค้ายังยืดเยื้อ แม้ราคาหุ้นจะปรับลงมาตลอดแต่ยังแนะนำหลีกเลี่ยง   
          (+) MINT กำไรปกติ 1Q19 อยู่ที่ 633 ลบ. -70% Q-Q, -63% Y-Y ต่ำกว่าคาดจาก รร. OAKS (ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่า) Ananta Vacation Club (ถูกกระทบจากตลาดจีน) และผลขาดทุนของ NH Hotel เพราะ low season แต่ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว จะโตก้าวกระโดดตั้งแต่ 2Q19 คงราคาเป้าหมาย 48 บาท แนะนำซื้อ 
          (+) SISB ราคาหุ้นที่ปรับลงวานนี้ไม่มีประเด็นด้านปัจจัยพื้นฐาน การดำเนินงานยังเป็นไปตามแผน ตั้งเป้านักเรียนใหม่เพิ่ม 200-250 คนต่อปี (1Q19 +83 คน) มีแผนขยายสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา สาขาธนบุรีจะใช้เวลาขยายอีก 2-3 ปี เราคาดกำไร 2Q19 ที่ 44 ลบ. +5% Q-Q, +111% Y-Y คงราคาเป้าหมาย 8.84 บาท  
          (+) ICHI กำไร 1Q19 ดีกว่าคาดมาก ทำได้ 114 ลบ. +470% Q-Q, +246% Y-Y จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ฟื้นดีกว่าคาด เพราะหันมาเน้นสินค้า premium และรับจ้างผลิตมากขึ้นทำให้ใช้กำลังการผลิตของโรงงานมากขึ้น แต่รายได้ยังทรงๆ แนวโน้ม 2Q19 ดีต่อตามฤดูกาล เราปรับกำไรปีนี้ขึ้น 13% เป็น 273 ลบ. โตเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 4.6 บาทจาก 4.2 บาท แนะนำซื้อ
 
          (+) ตลาดดาวโจนส์ ปรับขึ้นขึ้น 207.06 จุด ปิดที่ 25,532.05 จุด หลังปรับลงแรงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการแก้ไขความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
          (+) ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก หลังปรับลงแรงในวันจันทร์ ขณะที่นักลงทุนยังจับตาความคืบหน้าของการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
          (0) ตลาดเอเชียปรับตัวผสม หลังปรับลดในช่วงต้นสัปดาห์จากแรงกดดันของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
          (+) ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ล่าสุดอยู่ที่บริเวณ 31.51 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
          (+) ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้น 74 เซนต์ ปิดที่ 61.78 ดอลลาร์/บาร์เรล ปรับขึ้นในรอบ 4 วันทำการ หลังมีรายงานว่ากลุ่มก่อการร้ายโจมตีท่อส่งน้ำมันในซาอุดิอาราเบีย ซึ่งจะส่งผลต่อภาวะอุปทานน้ำมันในตลาดโลก      
          (-) ราคาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือน มิ.ย. ลดลง 5.5 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,296.3 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้น 
 
          SPDR Gold Trust ถือครองทองคำ 736.46 /+- ตัน
 
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
15 พ.ค.   - ไทย: วันสุดท้าย บจ. ส่งงบการเงิน
          - จีน: Industrial Production (เม.ย.)
          - ยูโรโซน: 1Q19 GDP
          - สหรัฐ: ยอดค้าปลีก  (เม.ย.)
17 พ.ค.   - ฮ่องกง: 1Q19 GDP (ตลาดคาด +0.5% เท่าไตรมาสก่อน)
          - สิงคโปร์: 1Q19 GDP (ตลาดคาด +1.3% เท่าไตรมาสก่อน)
          - ยูโรโซน: อัตราเงินเฟ้อ (เม.ย.)
20 พ.ค.   - ญี่ปุ่น: 1Q19 GDP (ตลาดคาด -0.1% ต่ำกว่าไตรมาสก่อนที่ +0.5%)
 
          Contact person : Jitra  Amornthum  Register : 014530
          Contact person : Veeravat Virochpoka Register : 047077
          www.fnsyrus.com
          FB: Finansia Syrus Research