WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: หุ้นเด่นวันนี้
SET27ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่ง Sideway Down รับปัจจัยลบเหตุป่วนภาคใต้หลายจุด, จับตารัฐสภาอังกฤษโหวต Brexit พรุ่งนี้
 
นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่ง Sideway Down อาจปรับฐานลงช่วงเปิดตลาด แต่การปรับลดลงจะอยู่ในกรอบจำกัดเพราะตลาดปรับฐานมาก่อนหน้านี้บ้างแล้ว รวมถึงอาจจะรีบาวด์ได้ระหว่างวัน หลังจากมีปัจจัยบวกและลบผสมผสานเข้ามาทั้งจากในและต่างประเทศ โดยปัจจัยในประเทศ ที่น่าจะสร้างความกังวลให้กับตลาดจากเหตุระเบิดหลายจุดในจ.พัทลุงและสตูล เมื่อวานนี้ (10 มี.ค.) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามาเพิ่มเติม
 
ขณะที่ยังมีปัจจัยบวกจากการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 24 มี.ค.นี้ รวมถึง FTSE Rebalancing ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 มี.ค.นี้ โดยตลาดหุ้นไทยถูกเพิ่มน้ำหนักขึ้นจาก 1.83% เป็น 1.87% และมีหุ้นที่ถูกเพิ่มเข้าไปในดัชนี FTSE Big cap.  Mid Cap. Small Cap. หลายตัวด้วยกัน
 
ส่วนปัจจัยจากต่างประเทศ ตลาดยังมีความหวังความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน แต่ก็ยังต้องจับตาการที่รัฐสภาอังกฤษจะโหวตข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (12 มี.ค.) และล่าสุดรัฐบาลนอร์เวย์ ออกมาระบุว่ากองทุนความมั่งคั่งของนอร์เวย์ จะลดน้ำหนักการลงทุนกลุ่มพลังงาน โดยจะเทขายหุ้นในกลุ่มบริษัทสำรวจ-ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่อยู่ในพอร์ต แต่บริษัทที่ลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานครบวงจร ซึ่งมีโรงกลั่น และอุตสาหกรรมปลายน้ำ จะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
 
สำหรับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ที่เพิ่มขึ้นเพียง 20,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.60 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 180,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานร่วงลงสู่ระดับ 3.8% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลงสู่ระดับ 3.9% นั้นตลาดหุ้นสหรัฐไม่ได้ตอบรับมากนัก โดยดัชนีดาวโจนส์เมื่อคืนวันศุกร์ปรับลดลงเล็กน้อย
 
พร้อมมองแนวรับที่ 1,620 และ 1,615 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1,637 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
- ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (8 มี.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,450.24 จุด ลดลง 22.99 จุด (-0.09%) ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,743.07 จุด ลดลง 5.86 จุด (-0.21%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,408.14 จุด ลดลง 13.32 จุด (-0.18%)
 
- ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 37.19 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 0.78 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 37.43 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน ลดลง 17.48 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 2.85 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ลดลง 8.12 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 0.24 จุด, ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้น 18.17 จุด
 
- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (8 มี.ค.62) 1,630.12 จุด ลดลง 3.09 จุด (-0.19%)
- นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 529.75 ล้านบาท เมื่อวันที่ 8 มี.ค.62
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน เม.ย. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (8 มี.ค.62) ปิดที่ 56.07 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 59 เซนต์ หรือ 1.0%
 
- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (8 มี.ค.62) ที่ 4.35 ดอลลาร์/บาร์เรล
- เงินบาทเปิด 31.72 แข็งค่าจากแรงขายดอลล์ หลังผิดหวังตัวเลขศก.สหรัฐฯ มองกรอบวันนี้ 31.70-31.80
- "กิมเอ็ง" วอน ตลท.ทบทวนโปรแกรม"โรบอทเทรด"ชี้ชัดเอาเปรียบรายย่อย เหตุส่งคำสั่งเร็วทั้งมีลักษณะซื้อขายแบบสร้างภาพลวง ส่งผลรายย่อยชะลอเทรด ฉุดสัดส่วนวูบเหลือ 38% ด้านตลท. แจงอยู่ระหว่างศึกษา เผยในต่างประเทศมีจำกัดความเร็วการส่งออเดอร์ ขณะ "ปริญญ์" ยอมรับต่างชาติหันใช้หุ่นยนต์มากขึ้น ชี้เป็นเทรนด์โลก
 
- กรมธุรกิจพลังงานเผยยอดใช้น้ำมันเดือนมกราคม 2562 เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นของน้ำมันหลักๆ ได้แก่ กลุ่มดีเซล 4.18% กลุ่มเบนซิน 3.69% น้ำมันอากาศยาน 3.23% จากทิศทางเศรษฐกิจในประเทศที่ยังเติบโตโดยเฉพาะจากภาคการท่องเที่ยว
 
- นักวิชาการเตือนฐานะการคลังประเทศทรุด หลังพรรคการเมืองแห่อัดประชานิยมหวังโกยคะแนนเลือกตั้ง 2562 จี้แจกแจงแหล่งเงินใช้ทำนโยบาย"ประสาร"ห่วงฐานะการคลังหลัง 10 ปีขาดดุลงบประมาณตลอด ย้ำต้องระวัง ด้าน"ปรีดิยาธร"หนุนตัดงบส่วนอื่นเพิ่มเบี้ยคนชราเหตุค่าครองชีพสูงขึ้น
 
- คลังจัดงบเพิ่มเติม 3 หมื่นล้านเข้ากองทุนประชารัฐ ภายในเดือน มี.ค.นี้ เพื่อนำไปใช้ในโครงการบัตรคนจน เนื่องจากเงินในโครงการจะหมดแล้ว ซึ่งจะทำให้ใช้เงินในโครงการได้ต่อเนื่องถึง ก.ย.62 พร้อมโชว์ผลงาน 2 ปี ใช้เงินแสนล้านบาท ช่วยคนจนให้มีรายได้ดีขึ้นกว่า 14.5 ล้านคน
 
- กฟผ.คาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อนในปีนี้จะสูงขึ้น ตามอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นโดยความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของระบบ กฟผ. (พีค) จะอยู่ที่ประมาณ 29,000 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ราว 2% ซึ่งจะเกิดขึ้นในปลายเดือน เม.ย.-ต้นเดือน พ.ค.นี้ โดยเฉพาะการใช้ไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 10,500 เมกะวัตต์
 
- รายงานข่าวจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยภาวะการทำงานของประชากรเดือนก.พ.62 ว่า ในเดือนก.พ.นี้ มีจำนวนผู้ว่างงาน 300,000 คน หรือคิดเป็น 0.8% ลดลง 190,000 คน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเมื่อลองเทียบกับเดือนม.ค.62 ก็ปรับลดลง 90,000 คน กลุ่มที่มีผู้ว่างงานมากที่สุดยังคงเป็นผู้จบระดับอุดมศึกษา แต่ก็เป็นจำนวนที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
 
*หุ้นเด่นวันนี้
- CKP (เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ) ให้ราคาเป้าหมาย 5 บาท จากผลประกอบการโรงไฟฟ้า NN2 ใน 1H62 ยังได้ประโยชน์จากปริมาณน้ำในเขื่อนและการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าตามสัญญา ก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูน้ำในไตรมาส 3 รวมถึงการ COD โรงไฟฟ้า XPCL ใน 4Q62 ทำให้แรงส่งผลประกอบการยังดูดีต่อเนื่อง ราคาหุ้นปรับตัวลงต่ำสุดกว่า 10% YTD ดัน Upside เพิ่มขึ้น พร้อมปรับเป็นแนะ "Trading Buy"จาก"ถือ"บริษัทวางเป้ากำลังการผลิตติดตั้ง 5,000 MW ภายในปี 68 จากกำลังผลิตในมือ 2,167 MW เชื่อ Upside มาจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ในลาวที่อยู่ระหว่างเจรจารัฐบาลลาว หากสำเร็จคาดใช้เวลาพัฒนาและก่อสร้างรวม 7 ปี
 
- RS (เคทีบีฯ) แนะ"ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 23 บาท ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 62/63 ขึ้น 17%/18% ตามลำดับสะท้อนแนวโน้มรายได้ และ gross profit margin ธุรกิจ MPC ปรับประมาณการรายได้ธุรกิจ MPC ปี 62/63  ขึ้น 9.7%/11.7% ตามลำดับ คาดเติบโต +55% YoY และปี 63 เพิ่มขึ้น +32% YoY จากการร่วมมือกับไทยรัฐทีวี (เริ่ม มี.ค.62) ช่วยเพิ่มฐาน database กลุ่ม MPC ประมาณ 300,000 คน นอกจากนั้น RS มีแผนเป็นพาร์ทเนอร์กับผู้ผลิต OEM และ OBM ชัดเจนภายใน 3Q62 หากสำเร็จจะทำให้ธุรกิจ MPC มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น
 
- IVL (กสิกรไทย) แนะ"ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 60 บาท โดยยังมีมุมมองเป็นบวกต่อการตั้งเป้าหมายกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เติบโต 20% ในปี 62 และจะเติบโตขึ้นเท่าตัวในช่วง 5 ปีข้างหน้า ส่วนในระยะสั้นดูเหมือนว่ากำไรได้ผ่านจุดต่ำไปแล้วในไตรมาส 4/61 โดยคาดว่าจะฟื้นตัวขึ้นในช่วง 3 ไตรมาสข้างหน้า
 
--อินโฟเควสท์